เล่นอย่างมีความรับผิดชอบ

หลักการพื้นฐาน

การเล่นสล็อตหรือเกมพนันรูปแบบอื่นควรอยู่ในกรอบของความบันเทิงที่คุมได้ ไม่ใช่วิธีการหารายได้ ตัวเลขทางคณิตศาสตร์บอกชัดเจนว่าเกมสล็อตให้ค่าคาดหวังของผู้เล่นเป็นลบในระยะยาว หมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้วผู้เล่นจะเสียเงินมากกว่าที่ได้ ดังนั้นการเล่นควรถูกจัดว่าเป็น "ค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง" ในลำดับเดียวกับตั๋วหนัง คอนเสิร์ต หรือค่าเกม ไม่ใช่การลงทุน

หลักปฏิบัติ 5 ข้อของการเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ:

  1. ตั้งงบประมาณล่วงหน้าและปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด
  2. ตั้งขีดจำกัดเวลาต่อเซสชั่นและต่อสัปดาห์
  3. ไม่พยายาม "ทวงคืน" การขาดทุน
  4. ไม่ใช้เงินที่จำเป็นสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ
  5. หยุดเล่นเมื่อรู้สึกว่าอารมณ์เข้าครอบงำการตัดสินใจ

สัญญาณเตือนของปัญหา

หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ ให้ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่ลังเล:

หากพบอาการ 4 ข้อขึ้นไปในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อาจเข้าข่ายความผิดปกติทางการพนัน (gambling disorder) ตาม DSM-5 ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ขอความช่วยเหลือในประเทศไทย

ในประเทศไทย ท่านสามารถขอความช่วยเหลือได้จากบริการต่อไปนี้ ทั้งหมดให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายและรักษาความลับของผู้โทร:

ขีดจำกัดที่ผู้เล่นตั้งเอง

ผู้ให้บริการเกมที่มีมาตรฐานสากลมักมีฟีเจอร์ให้ผู้ใช้ตั้ง "ขีดจำกัดตนเอง" (self-imposed limits) ได้แก่:

  1. Deposit Limit — ขีดจำกัดยอดฝากต่อวัน / สัปดาห์ / เดือน
  2. Wager Limit — ขีดจำกัดยอดเดิมพันต่อช่วงเวลา
  3. Session Limit — ขีดจำกัดระยะเวลาเล่นต่อครั้ง
  4. Loss Limit — ขีดจำกัดยอดขาดทุนต่อช่วงเวลา
  5. Self-Exclusion — การปิดบัญชีของตนเองเป็นระยะเวลาที่กำหนด (30 วัน / 6 เดือน / 1 ปี / ตลอดกาล)

หากผู้ให้บริการเกมที่ท่านใช้ไม่มีฟีเจอร์เหล่านี้ นั่นเป็นสัญญาณว่าผู้ให้บริการรายนั้นไม่มีมาตรฐานการเล่นอย่างมีความรับผิดชอบ ควรพิจารณายุติการใช้บริการ

คำแนะนำสำหรับคนใกล้ตัว

หากคนใกล้ตัวของท่านมีปัญหาการพนัน สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ:

ปัญหาการพนันมักไม่หายด้วยการช่วยเหลือทางการเงินเพียงลำพัง จำเป็นต้องมีการบำบัดทางจิตวิทยาและการปรับพฤติกรรมควบคู่กัน หากมีข้อสงสัยว่าจะเริ่มอย่างไร ให้โทรสายด่วน 1323 ก่อนเพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้น

แหล่งข้อมูลภายนอก

ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมจากแหล่งสาธารณะ:

เกณฑ์ทางคลินิกของความผิดปกติทางการพนัน

ตามคู่มือการวินิจฉัยและสถิติของโรคทางจิต ฉบับที่ 5 (DSM-5) ของสมาคมจิตแพทย์อเมริกัน "Gambling Disorder" จัดเป็นความผิดปกติในกลุ่ม "Substance-Related and Addictive Disorders" ซึ่งเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าปัญหาการพนันมีลักษณะทางประสาทวิทยาคล้ายคลึงกับการติดสารเสพติด การวินิจฉัยต้องพบเกณฑ์อย่างน้อย 4 ข้อจาก 9 ข้อในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

เกณฑ์ทั้ง 9 ข้อ ได้แก่:

  1. ต้องการเดิมพันด้วยเงินจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อได้ความรู้สึกเดิม (tolerance)
  2. กระวนกระวายหรือหงุดหงิดเมื่อพยายามลดหรือหยุดเล่น (withdrawal)
  3. พยายามควบคุมหรือหยุดเล่นแต่ล้มเหลวหลายครั้ง
  4. ยึดติดกับการพนัน (คิดถึงตลอด วางแผนครั้งถัดไป หาเงินเพื่อเล่น)
  5. เล่นเมื่ออยู่ในภาวะเครียด เศร้า วิตกกังวล
  6. หลังเสียกลับมาเล่นอีกเพื่อพยายาม "ทวงคืน" (chasing losses)
  7. โกหกเพื่อปกปิดขอบเขตของการเล่น
  8. เสียงานที่สำคัญ ความสัมพันธ์ หรือโอกาสด้านการศึกษาเพราะการเล่น
  9. อาศัยการช่วยเหลือทางการเงินจากผู้อื่นเพื่อกู้สถานการณ์

หากพบ 4-5 ข้อ ระดับความรุนแรงจัดเป็น "mild" 6-7 ข้อ "moderate" และ 8-9 ข้อ "severe" ระดับความรุนแรงมีผลต่อแผนการรักษา ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินและวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ

การรักษาด้วย CBT

Cognitive Behavioral Therapy (CBT) เป็นวิธีการรักษาที่มีหลักฐานทางคลินิกดีที่สุดสำหรับปัญหาการพนัน ตามการทบทวนงานวิจัยของ Cochrane Collaboration CBT ช่วยลดพฤติกรรมการเล่นและอาการทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีนัยสำคัญ กระบวนการ CBT ทั่วไปใช้เวลา 8-12 สัปดาห์ โดยพบนักจิตวิทยาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

องค์ประกอบหลักของ CBT สำหรับปัญหาการพนัน ได้แก่: (1) การระบุความคิดผิด (cognitive distortions) เช่น Gambler's Fallacy, illusion of control (2) การท้าทายและแทนที่ความคิดเหล่านั้นด้วยความคิดตามข้อเท็จจริง (3) การพัฒนาทักษะจัดการอารมณ์และภาวะกดดัน (4) การเรียนรู้เทคนิคหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น (triggers) (5) การวางแผนป้องกันการกลับมาเล่นซ้ำ (relapse prevention)

ในประเทศไทย บริการ CBT สามารถหาได้จากคลินิกจิตวิทยาในโรงพยาบาลรัฐ (ใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า) หรือคลินิกเอกชนที่มีนักจิตวิทยาคลินิกใบอนุญาตจากสภาการแพทย์ ค่าใช้จ่ายในคลินิกเอกชนอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,500 บาทต่อครั้ง

ผลกระทบต่อครอบครัว

ปัญหาการพนันไม่ใช่ปัญหาของบุคคลคนเดียวเสมอ แต่มักส่งผลกระทบต่อครอบครัวและคนใกล้ตัวในหลายมิติ ทั้งด้านการเงิน (หนี้ที่คู่สมรสอาจต้องรับผิดชอบ) ด้านอารมณ์ (ความไว้ใจที่สั่นคลอน ความเครียดของบุตร) ด้านสังคม (การถอนตัวจากสังคม ครอบครัวขยาย) และด้านสุขภาพ (ผู้ป่วยและครอบครัวมีอัตราซึมเศร้าและวิตกกังวลสูงกว่าประชากรทั่วไป)

สมาชิกในครอบครัวของผู้มีปัญหาการพนันควรพิจารณาขอรับการบำบัดด้วยเช่นกัน แม้ตัวเองจะไม่ได้เป็นผู้เล่น การบำบัดสำหรับครอบครัว (family therapy) ช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์และวางระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ กลุ่มสนับสนุนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (peer support group) เช่น Gam-Anon (สำหรับครอบครัว) มีอยู่ในหลายประเทศ ในไทยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1323

เครื่องมือป้องกันตนเอง

สำหรับผู้ที่ยังไม่มีปัญหาแต่ต้องการป้องกันไว้ก่อน มีเครื่องมือเชิงเทคนิคที่ช่วยลดความเสี่ยง: